มาตรฐานการศึกษาในต่างประเทศกับประเทศไทยต่างกันอย่างไร

มาตรฐานการศึกษาในต่างประเทศกับประเทศไทยต่างกันอย่างไร

มาตรฐานการศึกษาในต่างประเทศกับประเทศไทยต่างกันอย่างไร เป็นเรื่องที่สังคมหยิบยกมาเปรียบเทียบกันหลายต่อหลายครั้งแล้ว โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

วิธีการเรียนรู้

วิธีการเรียนรู้ ของประเทศไทยมักจะเป็นการเรียนรู้แบบท่องจำ , ฟังการบรรยาย สุดท้ายจึงนำความรู้นั้นไปสอบ แต่วิธีการเรียนรู้ของต่างประเทศ ความรู้จะเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญที่สุดในการเรียน คือ การคิดวิเคราะห์ , หาเหตุและผล รวมทั้งการประยุกต์ความรู้เหล่านั้นให้เกิดการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน สรุปแล้วการเรียนในต่างประเทศ จะก่อให้เกิดการคิดอย่างเป็นตรรกะมากกว่า

การแต่งกาย

การแต่งกาย ทรงผม การแต่งตัว เป็นประเด็นที่บ้านเราถูกวิพากษ์ – วิจารณ์มาอย่างหนักหน่วงในสื่อสังคมอนไลน์ การแต่งกายไปโรงเรียนของประเทศไทยจะต้องมีแบบแผนอย่างชัดเจน เหมือนกันหมดทุกคน ส่วนสิ่งสำคัญที่สุด คือทรงผมจะต้องถูกระเบียบ ผมสั้นเท่าติ่งหู ผมเกรียนจนเห็นหัวเป็นเขียวๆ และถ้าไปดูทางฝั่งต่างประเทศ คุณจะเห็นว่าการแต่งกายเป็นแบบเสรี ทุกคนสามารถแต่งอะไรก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานที่ด้วย พูดง่ายๆคือ เขาให้มอบเสรีภาพให้มากกว่านั่นเอง

ขนาดห้องเรียน

สิ่งนี้เป็นสิ่งแสดงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ห้องเรียนในประเทศไทยถ้าเป็นชั้นมัธยมของรัฐ และมีชื่อเสียงโด่งดัง ต้องมีนักเรียนห้องละ 40 คนขึ้นไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเป็นห้องเรียนในต่างประเทศจะมีการกำหนดอย่างชัดเจนว่า ต้องมีจำนวนเท่าไร แต่อย่างมากก็ไม่เกิน 25 คน โดยจำนวนที่แตกต่างกันเป็นอย่างมากนี่แหละ จึงทำให้มันกลายเป็นตัวส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมทั้งการดูแลอย่างทั่วถึงอีกด้วย

สิทธิเสรีภาพ

สิทธิเสรีภาพส่วนใหญ่จะบังเกิดกับประเทศที่เจริญแล้ว การเรียนการสอนแบบประเทศไทย บังคับ ผู้เรียนเป็นอย่างมาก ทุกอย่างจะต้องอยู่ในกรอบ ปราศจากความเห็นต่าง โดยมีความแตกต่างจากการศึกษาในต่างประเทศ คือ มีการบังคับน้อยกว่า นักเรียนทุกคนมีสิทธิ์เลือกจะทำหรือไม่ทำกิจกรรมบางอย่างได้ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพที่เด็กๆ หลายคนอยากได้ก็ต้องแลกมากับการบังคับการใช้กฏอย่างเข้มงวด มิฉะนั้นการปล่อยให้มีเสรีภาพมากจนเกินไป มันก็จะกลายเป็นการส่งเสริมในทางที่ผิดเช่นเดียวกัน

มาตรฐานการศึกษาในต่างประเทศกับประเทศไทย มีความแตกต่างกันเป็นอย่างสูง ทั้งนี้เกิดจากบริบท , สภาพแวดล้อม รวมทั้ง สังคมอันแตกต่างกัน สำหรับนักเรียนที่อยากไปศึกษาในต่างประเทศก็จะได้รับประสบการณ์อันแปลกใหม่ และมีความแตกต่างจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ผู้เรียนก็จำเป็นจะต้องดูแลตัวเองให้ดี พร้อมปรับตัวให้ได้ เพื่อให้เข้ากับระบบการศึกษาใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตของเราเป็นไปในทางที่ดีขึ้น